ภู-กระ-ดึง..(ยังไม่เสร็จ เดี๋ยวมาเขียนต่อ)

18 10 2008

“เอาล่ะ สำหรับคนอยากเที่ยว แต่ไม่ค่อยได้เที่ยวอย่างเรา เมื่อครั้งหนึ่งได้ทำอย่างที่ฝันไว้ ก็นับว่าเป็นสุขใจแล้ว”

(ยังทำไม่เสร็จนะเฟ่ย.. 00.55 ขอนอนก่อน)

จำได้ว่าฝันหวานมาตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่เห็นผู้ใหญ่ในบ้านชอบเข้าป่าเข้าดง เที่ยวเขาลำเนาไพรจนเกือบเป็นกิจวัตรประจำเดือน ก็เลยรู้สึกว่ามันคงน่าตื่นเต้น ท้าทาย แล้วก็เป็นอิสระดีถ้าได้แบกเป้ เดินป่า กางแปลนอน อยู่กับความสงบของธรรมชาติ.. สมัยเด็กๆสถานที่แรกที่เรารู้จักก็คงไม่พ้นภูกระดึงที่เป็นดังตำนานเล่าขานในหมู่นักท่องเที่ยว(รุ่นเก่า) เสมือนเส้นทางพิชิตสำหรับมนุษย์ไทยรักเที่ยวธรรมชาติทุกคน สมัยก๊อนนน ก่อนๆ (จนกระทั่งถึงก่อนได้ไปจริงไม่กี่เดือน) เราจินตนาการภูกระดึงว่าคงจะ “โหด” น่าดู ยิ่งเอามาผสมกับตำนานเล่าขานที่สืบทอดกันมา ว่าจะได้พิสูจน์รักแท้กันบนนั้น เลยยิ่งทำให้ภูกระดึงมีเสน่ห์ในแง่ของความท้าทายมากขึ้นไปอีก..

แต่เรากลับไม่เคยมองอีกแง่นึง เพราะตอนจบสำหรับ “ภูกระดึง” คราวนี้ เราได้อะไรมาคลาดจากที่คิดไว้มากนัก…  ภูกระดึงเคยกลายเป็นที่ที่ถูกนักท่องเที่ยวถล่มอยู่พักนึง แม้ตอนนี้จะลดลงเพราะมีช่วงเวลาปิดป่าให้ป่าได้พักซับน้ำบ้าง แต่ก็แสดงให้เห็นว่า ป่าแห่งนี้ ได้กลายเป็น “แหล่งท่องเที่ยว” ไปแล้วเกือบเต็มตัว

ครั้งนี้..หลังจากได้ไปสัมผัสความจริงบนภู แบบฉ่ำๆ ปลายฝน วันที่สองเท่านั้น หลังจากป่าเพิ่งเปิดไปเมื่อวันที่ 1 ตุลาที่ผ่านมา เราก็ได้เก็บเอาเรื่องราว นำมาฝากเพื่อนๆ คนรู้จัก หรือแม้แต่คนที่แวะมาเยี่ยมเยียน ได้ชุ่มฉ่ำไปกับการเที่ยวป่าของนักท่องเที่ยวมือสมัครเล่นครั้งนี้ หวังว่า..จะค่อยๆพัฒนาฝีมือขึ้นเรื่อยๆ จนแก่กล้าสักวัน..

“ป่าทาก.. ไม่ว่ามือใหม่ มือเก่า ก็ต้องคำนึงถึง..”

เปิดฉากการเดินทาง จัดกระเป๋าแบบกุลีกุจอ เพราะการสอบปลายภาคเพิ่งจบผ่านไปไม่ถึงสามชั่วโมง เราก็ต้องออกเดินทางไปขึ้นรถทัวร์แล้ว ของใช้ที่เอาไปก็เสิซๆหาตามเน็ต ได้ความว่าที่นั่น “เจริญสุดๆ” อะไรก็มีขาย! สำหรับมือใหม่ก็นะ โล่งง..

แต่ไอ้ที่ไม่โล่ง คือเจ้า ทาก น้อยมหัศจรรย์นี่หล่ะ ยิ่งเสิซก็ยิ่งเจอ ยิ่งถามคนยิ่งโดนตักเตือน “ไปภูกระดึงหน้านี้เนี่ยนะ บ๊องเปล่า? ทากเยอะนะเฟ่ย!!” ไอ้เราก็ใจดีสู้เสือ ในใจก็นึกไปถึงปลิงตัวใหญ่ พอมีคนบอกตัวเล็ก ก็จินตนาการไปเป็นพยาธิตัวเท่าเส้นด้าย โอย.. ออกเครียดเล็กๆนะเนี่ย “เจ๊กิม เจ๊ต้องช่วยหนูนะ”

ร้านชื่อดัง ที่ผู้คนกล่าวถึง แม้ว่าจะไม่ได้ใหญ่โตอย่างที่คิด แต่ก็บ้านๆดี มีของขายทั่วไป มีข้าวขาย แล้วก็มีตั๋วรถทัวร์ขาย.. เสียดายที่นี่ไม่มี “เคล็ดลับป้องกันทาก” ขายน่ะสิ

(ไม่อยากชมตัวเองเลยว่า เที่ยวแบบไม่เตรียมตัวเล้ยย.. เขาเรียกว่าดาบหน้าชัดๆ แต่ว่า ข้อดีมีอยู่สามอย่าง หนึ่งตื่นเต้น สองสะใจ สาม ประสบการณ์ล้วนๆ)

และแล้วเราก็เลยได้สร้างมิตรภาพเล็กๆบนภูกระดึง ว่าด้วยเรื่องของ “กันทากยังไงดี?” กับเพื่อนนักเดินทางที่จะต้องโดยสารไปรถสองแถวเหมาคันแรก ในเช้าวันนั้น (ตอนนั้นในความว่า.. เอายาสูบสิน้อง บางคนก็ยากันยุง ฯลฯ)

พักเรื่องทากไว้นิดส์ ลืมบอกไปว่าเดินทางไปกับเพื่อนอีกหนึ่งคน ส่วนอีกสองคน ไปก่อนหน้านั้นแล้ว ที่ไปตอนช่วงป่าเพิ่งเปิดนี่ก็เพราะ น้าๆสองคนที่ไปก่อน เค้าจะไปเก็บภาพเด็ดๆกันบนภู เลยต้องเลือกวันสักหน่อย ส่วนเราสองคนก็เป็นผู้ตาม (แม้จะมีแต่กล้องคอมแพคก็เหอะ)

ในชุดนี้จะเลือกภาพลงพอประมาณ เยอะมากไม่ไหว ตาลาย..

“เดิน เดิน เดิน แล้วก็เดิน!..”

เมื่อได้ถุงกันทาก (ปฏิบัติการป้องกันขั้นต้นเท่านั้น เดี๋ยวจะมีกว่านี้อีก) จากร้านค้าบนเชิงเขา สถานที่ทำการ เรียบร้อย (ตอนนั้นรู้สึกว่าเรื่องในหัว หนีไม่พ้น ทาก น้อย กลอยใจเลย) ก็เตรียมพร้อมสำหรับการพิชิต ภู-กระ-ดึง แล้ว เร่ิมจากเข้าไปไหว้พระเป็นศิริมงคล ที่เหลือก็ไม่มีอะไรมาก เดินเหมือนเดินขึ้นบันไดรถไฟฟ้าแหล่ะ แต่มันยาวไม่สิ้นสุดเท่านั้นเอง!!

ตอนเดิน.. คิดอะไรบ้าง..

– โอว.. ไกลดีจัง..

– เดินๆไป ก็เดินชมไม้ข้างทางบ้าง ทางเละเทะหน่อยก็เดินดูพื้นอย่างเดียว

– เดินแซงคนอื่น.. โฮะๆ สะใจ

– โดนคนอื่นแซง.. เดี๋ยวๆ จะเอาคืนให้ได้

– เดินกับลูกหาบ ได้ฟังเพลงลูกทุ่ง ผสมคลื่นวิทยุลาว

– จังหวะลูกหาบ เป็นจังหวะเนิบๆ แต่มั่นคง ไม่งั้นของเป็นสิบยี่สิบโล จะขึ้นไปบนภูซึ่งสูงกิโลกว่าได้ยังไง

– ดินแต่ละช่วงจะมีความพิเศษไปแต่ละชั้น ป่าก็เหมือนกัน ที่เห็นเด่นสุด คงเป็นไผ่

– “ซำ” แปลว่าพื้นดินชุ่มน้ำ อันนี้แม่ค้าบอกมา ถึงอย่างนั้นก็ยังมีลูกหาบบางคน อำเราอีกว่า ซำ แปลว่า มาก แล้ว ซำแฮก ที่แรกที่ไปถึง เลยแปลว่าเหนื่อยมาก! เอิ๊กๆ หลงเชื่อไปตั้งหลายเมตรแน่ะ

      

    

– ราคาของ แพงขึ้น สองจุด ต่อ ห้าบาท ถ้าอยากประหยัด ก็ให้ขนน้ำขนอาหารขึ้นไปเองให้หมด แล้วจะรู้คุณค่าของมันมากขึ้น เมื่อมันได้ไปอยู่บนที่ สูง!! (ตอนนั้นเราก็งก เลยขนน้ำสองโลติดตัวไปเพิ่ม)

– ซำกกโดน ค่อยกลัว ทาก (อีกแล้ว) เราเดินมาถึงซำกกโดนก็แวะพัก ห่อถุงทากใส่ขาซะหน่อย

– ด้วยความตื่นเต้น.. หลังๆ ก็ลืม (เพราะสุดท้ายก็ไม่เจอซ๊ากกะตัว?)

– ทางเร่ิมชันขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะหลังซำแคร่ไป “ปีน” ล้วนๆ ครับพี่น้อง แล้วยิ่งลื่นๆนี่ยิ่งสนุก (อย่าให้คิดถึงตอนลงนะ)

– เดินเหนื่อยๆ ก็จะมีสายน้ำ เป็นธารเล็กๆไหลผ่านโขดหินให้เล่น เย็นชื้นใจเป็นระยะ แค่ปีนระวังๆหน่อย

– ช่วงหลังๆ คงชันมากไป เค้าทำบันไดให้เลย แต่บันไดนี่ก็ชันดีพิลึก ตอนเห็นลูกหาบเดิน ขึ้น-ลง บันได นี่ก็เสียวแทน แต่ทุกคนเค้าก็เดินลงมาได้นะ

– ช่วงปลายๆ ไม่ต้องถามอะไรแล้ว แรกๆเดินเสียงเจี๊ยวจ๊าว ปลายๆเงียบกริบ ขาเร่ิมไร้ความรู้สึก

– ได้ยินคำโปรยให้กำลังใจเป็นระยะ จากผู้ที่เดินลงมา “ใกล้แล้วน้อง อีกนิด”

.. อาา.. ถึงแล้ว “หลังแป” พักเหนื่อยหอบแฮกๆ ปนดีใจ ใช้เวลาไปแค่สี่ชม.เอง หารู้ไม่ว่า “อีกสามโลนะน้อง ถึงจะถึงที่พักน่ะ” !!! นี่แหล่ะ เพิ่งรู้ว่าความเหนื่อย(เมื่อย)จริงๆ มันเป็นไงก็ตอนนี้ล่ะ ไอ้เดินทางราบนี่หล่ะ เพราะทั้งไม่ตื่นเต้นเร้าใจ ไม่มีอะไรมากระตุ้น มันก็เดินแบบ เมื่อไรกุจะถึงซะทีว้าาา..

     

     

และแล้วช่วงเวลาที่ถือว่าโหดอันดับสองก็ได้ผ่านพ้นไป..( อันดับหนึ่งน่ะหรอ อยู่ข้างบนโน่น เดี๋ยวก็จะได้รู้กัน ) เพราะฉะนั้น ไม่ต้องกลัว.. ใครบอกภูกระดึงขึ้นยาก แค่ขอให้เรามี “เวลา” อันเหลือเฟือ แบบไม่ต้องรีบร้อน ซักหกถึงแปดชั่วโมง กับเรี่ยวแรงและเสบียงสำหรับแวะพักอีกนิดหน่อย ค่อยๆเดินไป ปีนไป .. เดี๋ยวมันก็ถึงเองล่ะ!!! 555

“นอนบนนี้.. อย่างกับมาเที่ยวบ้านเพื่อน.. มีทุกอย่าง!”

บนลานเต็นท์ สนามหญ้าขนาดใหญ่ไว้รองรับผู้คนเรือนหมื่นที่จะเข้ามาพักผ่อนในช่วงหน้าหนาว เห็นรูปที่มีคนถ่ายไว้ก็น่าตกใจ เต้นท์หลากสีผุดเป็นดอกเห็ด พร้อมเม็ดมนุษย์กระจายเป็นหย่อมๆ เทียบกับในตอนนี้ที่เราเห็น แค่สิบกว่าเต็นท์บนลานปูน แล้วก็อีกนิดหน่อยตามศาลา.. เงียบสงบดีแฮะ

ที่นี่มีพร้อมพรั่ง (มาแต่ตัวยังอยู่ได้ แค่มีกะตังค์) มีเต็นท์พร้อม ถุงนอน ผ้ายาง ผ้าห่ม หมอนมุ้ง ห้องน้ำห้องท่าสะอาดใหม่ ร้านอาหารสองฟากฝั่ง มีครบตั้งแต่ข้าวไข่เจียว(ถูกสุด สี่สิบ) จนหมูกะทะสามร้อย ส้มตำ โรตี ก็มีหมด ว่าแต่สั่ง แม่ค้าพร้อมให้บริการ..

ว่าแล้วเราก็จัดแจงเก็บของ เอาแผนที่มากางวางดูว่าจะไปไหนวันไหนกันบ้าง ที่สำคัญสำหรับที่นี่อีกอย่างคือ ถ้าอยากให้คุ้ม(ที่ต้องเดินขึ้นมาไกล) ก็ต้องเก็บให้ครบตามเส้นทางที่มี ดูเหมือนจะน้อยนะ แต่ลองเอาความล้าไปคูณกับระยะทางดู จะได้ความท้อขึ้นมาเต็มหน้ากระดาษ 555.. สรุปว่าวันแรก เราจะไปดูพระอาทิตย์ตก ที่ผาหมากดูก..

“เส้นทางจักรยาน.. สำหรับนักท่องเที่ยวหัวสูงงง”

ก็ขอหัวสูงนิดนึง เราไม่เหมาทั้งวัน(ไปผาหล่มสัก) แต่ไปเส้นหมากดูก ก็หกสิบ เรายอมแลกค่าข้าวเย็น กับความเหนื่อยอ่อนที่อยากจะไปให้ถึง การขี่จักรยานบนเขาก็ดูจะสนุก ก็สนุกแหล่ะ แต่มันแฉะนี่สิ หลบหลุมโคลนกันมันส์เลย หนุกๆๆ..

ผาหมากดูก หินคงเหมือนกระดูก เลยเรียกว่างั้น จริงๆอยากถามแม่ค้า แต่ไม่กล้าเข้าไปเพราะกลัวโดนเรียกซื้อของ

(ตอนนั้นเราแวบไปลุยเดี่ยว เดินต่อ ผาจำศีล ผานาน้อย ผาจำศีลมีเอกลักษณ์พิเศษตรงที่ มันจำศีลจริงๆ ส่วนนาน้อย ก็เป็น นา น้อยๆ ดีๆ นี่เอง ตอนนั้นเดินอยู่คนเดียว เย็นๆค่ำในป่า ริมหน้าผา ก็น่าขนลุกดี แต่มันสะจายย.. ก็ซึมซับบรรยากาศธรรมชาติไปเรื่อยๆ ตามทาง ฟังเสียงจักจั่นให้หวิว เสียงลมให้ผ่อนคลาย..)

ผาหมากดูก กับพระอาทิตย์ตก ใครที่คิดจะมาหน้าฝนอย่างเรา คงไม่ต้องหวังสูงว่าจะได้เห็นอาทิตย์อัสดงหรอกมั้ง ส่วนเรานี่ เห็นก้อนเมฆก้อนโตมหึมา แลนมาทับมิด ตอนนั้นเราสังเกตความเร็วของเมฆ ก็เห็นว่ามันเคลื่อนตัวเร็วอยู่ สุดท้ายมันเคลื่อนมาจริงๆ มันเคลื่อนมาทั้งก้อนเลย! มันเข้ามาในผา ทั้งก้อน นั่นแหล่ะ!! จากภาพจะเห็นหมอกรอบตัว ได้รู้ว่า เมฆมันไม่รู้สึกหรอกนะ มันเย็นๆ หวิวๆ ชื้นๆ เหมือนจะอ้าปากกินได้ เหมือนจะจับ แต่ก็ไม่ได้ จะเห็นได้ก็เมื่อมันอยู่ไกลๆ แต่มองไม่เห็นแฮะ เวลามันอยู่รอบๆตัว

      

      

ตอนนั้นไม่ได้ไปผาเหยียบเมฆ ก็ไม่เสียดาย เพราะได้จับเมฆ ที่ผาหมากดูกแล้ว🙂

ขี่จักรยานกลับ.. ยิ่งมืดยิ่งสนุก มันได้แย่งชิงกันระหว่างความกลัวกับความสุขที่ได้เอาชนะความกลัวน่ะ

กลับมาถึงที่พัก ข้าวไม่กินแล้วล่ะ อิ่มใจ (หมดตังค์ตะหาก) อาบน้ำอาบท่านอนตามปรกติ คืนนั้นจำได้ว่ายังไม่ได้เห็นตัวทากเลย เวลามีใครกรีดร้อง จากในเต็นท์ ตื่นเต้นขนาดว่าต้องวิ่งตามไปดู เพื่อให้เห็นกับตา “ทากมันหน้าตายังไงฟะเนี่ย..” มีคนตอบกลับมา “อ่าว ยังไม่เห็นอีกหรอ ถ้างั้นก็ลองเอาขาปล่าวๆ ไปเดินลุยดินแฉะๆเล่นสิ” น่าน.. ท้าท้ายซะอย่างนั้นเรย..

คืนนั้นเราก็เข้าเต็นท์นอนได้ หลังจากต้องวิ่งสลับขาเวลาผ่านสนามหญ้า แล้วก็ต้องตรวจร่างกายก่อนก้าวเข้าเต็นท์.. บ้ามั้ยนั่น!

(ติดต่อตามตอนต่อ ปายยย..นะจ๊ะ ถ้ายังสนุกอยู่ ยังเหลืออีกสามวันแน่ะ)


คำสั่งกระทำ

Information

One response

28 09 2014
ฝันว่าฟันหัก

A fantasize are manything that it humans have a deep itmage events.
While the draft after a inexpressive dinner am not yet able to
elucidate more clearly. Today, prosperity has come to human life, but he can\’t uncover an respond to confirm, we understand, while the dream of the story events and cannot understand that the phenomenon occurred after the fai have relations
together with the dream of a someone, any way.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s




%d bloggers like this: