ภู-กระ-ดึง..(ยังไม่เสร็จ เดี๋ยวมาเขียนต่อ)

18 10 2008

“เอาล่ะ สำหรับคนอยากเที่ยว แต่ไม่ค่อยได้เที่ยวอย่างเรา เมื่อครั้งหนึ่งได้ทำอย่างที่ฝันไว้ ก็นับว่าเป็นสุขใจแล้ว”

(ยังทำไม่เสร็จนะเฟ่ย.. 00.55 ขอนอนก่อน)

จำได้ว่าฝันหวานมาตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่เห็นผู้ใหญ่ในบ้านชอบเข้าป่าเข้าดง เที่ยวเขาลำเนาไพรจนเกือบเป็นกิจวัตรประจำเดือน ก็เลยรู้สึกว่ามันคงน่าตื่นเต้น ท้าทาย แล้วก็เป็นอิสระดีถ้าได้แบกเป้ เดินป่า กางแปลนอน อยู่กับความสงบของธรรมชาติ.. สมัยเด็กๆสถานที่แรกที่เรารู้จักก็คงไม่พ้นภูกระดึงที่เป็นดังตำนานเล่าขานในหมู่นักท่องเที่ยว(รุ่นเก่า) เสมือนเส้นทางพิชิตสำหรับมนุษย์ไทยรักเที่ยวธรรมชาติทุกคน สมัยก๊อนนน ก่อนๆ (จนกระทั่งถึงก่อนได้ไปจริงไม่กี่เดือน) เราจินตนาการภูกระดึงว่าคงจะ “โหด” น่าดู ยิ่งเอามาผสมกับตำนานเล่าขานที่สืบทอดกันมา ว่าจะได้พิสูจน์รักแท้กันบนนั้น เลยยิ่งทำให้ภูกระดึงมีเสน่ห์ในแง่ของความท้าทายมากขึ้นไปอีก..

แต่เรากลับไม่เคยมองอีกแง่นึง เพราะตอนจบสำหรับ “ภูกระดึง” คราวนี้ เราได้อะไรมาคลาดจากที่คิดไว้มากนัก…  ภูกระดึงเคยกลายเป็นที่ที่ถูกนักท่องเที่ยวถล่มอยู่พักนึง แม้ตอนนี้จะลดลงเพราะมีช่วงเวลาปิดป่าให้ป่าได้พักซับน้ำบ้าง แต่ก็แสดงให้เห็นว่า ป่าแห่งนี้ ได้กลายเป็น “แหล่งท่องเที่ยว” ไปแล้วเกือบเต็มตัว

ครั้งนี้..หลังจากได้ไปสัมผัสความจริงบนภู แบบฉ่ำๆ ปลายฝน วันที่สองเท่านั้น หลังจากป่าเพิ่งเปิดไปเมื่อวันที่ 1 ตุลาที่ผ่านมา เราก็ได้เก็บเอาเรื่องราว นำมาฝากเพื่อนๆ คนรู้จัก หรือแม้แต่คนที่แวะมาเยี่ยมเยียน ได้ชุ่มฉ่ำไปกับการเที่ยวป่าของนักท่องเที่ยวมือสมัครเล่นครั้งนี้ หวังว่า..จะค่อยๆพัฒนาฝีมือขึ้นเรื่อยๆ จนแก่กล้าสักวัน..

“ป่าทาก.. ไม่ว่ามือใหม่ มือเก่า ก็ต้องคำนึงถึง..”

เปิดฉากการเดินทาง จัดกระเป๋าแบบกุลีกุจอ เพราะการสอบปลายภาคเพิ่งจบผ่านไปไม่ถึงสามชั่วโมง เราก็ต้องออกเดินทางไปขึ้นรถทัวร์แล้ว ของใช้ที่เอาไปก็เสิซๆหาตามเน็ต ได้ความว่าที่นั่น “เจริญสุดๆ” อะไรก็มีขาย! สำหรับมือใหม่ก็นะ โล่งง..

แต่ไอ้ที่ไม่โล่ง คือเจ้า ทาก น้อยมหัศจรรย์นี่หล่ะ ยิ่งเสิซก็ยิ่งเจอ ยิ่งถามคนยิ่งโดนตักเตือน “ไปภูกระดึงหน้านี้เนี่ยนะ บ๊องเปล่า? ทากเยอะนะเฟ่ย!!” ไอ้เราก็ใจดีสู้เสือ ในใจก็นึกไปถึงปลิงตัวใหญ่ พอมีคนบอกตัวเล็ก ก็จินตนาการไปเป็นพยาธิตัวเท่าเส้นด้าย โอย.. ออกเครียดเล็กๆนะเนี่ย “เจ๊กิม เจ๊ต้องช่วยหนูนะ”

ร้านชื่อดัง ที่ผู้คนกล่าวถึง แม้ว่าจะไม่ได้ใหญ่โตอย่างที่คิด แต่ก็บ้านๆดี มีของขายทั่วไป มีข้าวขาย แล้วก็มีตั๋วรถทัวร์ขาย.. เสียดายที่นี่ไม่มี “เคล็ดลับป้องกันทาก” ขายน่ะสิ

(ไม่อยากชมตัวเองเลยว่า เที่ยวแบบไม่เตรียมตัวเล้ยย.. เขาเรียกว่าดาบหน้าชัดๆ แต่ว่า ข้อดีมีอยู่สามอย่าง หนึ่งตื่นเต้น สองสะใจ สาม ประสบการณ์ล้วนๆ)

และแล้วเราก็เลยได้สร้างมิตรภาพเล็กๆบนภูกระดึง ว่าด้วยเรื่องของ “กันทากยังไงดี?” กับเพื่อนนักเดินทางที่จะต้องโดยสารไปรถสองแถวเหมาคันแรก ในเช้าวันนั้น (ตอนนั้นในความว่า.. เอายาสูบสิน้อง บางคนก็ยากันยุง ฯลฯ)

พักเรื่องทากไว้นิดส์ ลืมบอกไปว่าเดินทางไปกับเพื่อนอีกหนึ่งคน ส่วนอีกสองคน ไปก่อนหน้านั้นแล้ว ที่ไปตอนช่วงป่าเพิ่งเปิดนี่ก็เพราะ น้าๆสองคนที่ไปก่อน เค้าจะไปเก็บภาพเด็ดๆกันบนภู เลยต้องเลือกวันสักหน่อย ส่วนเราสองคนก็เป็นผู้ตาม (แม้จะมีแต่กล้องคอมแพคก็เหอะ)

ในชุดนี้จะเลือกภาพลงพอประมาณ เยอะมากไม่ไหว ตาลาย..

“เดิน เดิน เดิน แล้วก็เดิน!..”

เมื่อได้ถุงกันทาก (ปฏิบัติการป้องกันขั้นต้นเท่านั้น เดี๋ยวจะมีกว่านี้อีก) จากร้านค้าบนเชิงเขา สถานที่ทำการ เรียบร้อย (ตอนนั้นรู้สึกว่าเรื่องในหัว หนีไม่พ้น ทาก น้อย กลอยใจเลย) ก็เตรียมพร้อมสำหรับการพิชิต ภู-กระ-ดึง แล้ว เร่ิมจากเข้าไปไหว้พระเป็นศิริมงคล ที่เหลือก็ไม่มีอะไรมาก เดินเหมือนเดินขึ้นบันไดรถไฟฟ้าแหล่ะ แต่มันยาวไม่สิ้นสุดเท่านั้นเอง!!

ตอนเดิน.. คิดอะไรบ้าง..

- โอว.. ไกลดีจัง..

- เดินๆไป ก็เดินชมไม้ข้างทางบ้าง ทางเละเทะหน่อยก็เดินดูพื้นอย่างเดียว

- เดินแซงคนอื่น.. โฮะๆ สะใจ

- โดนคนอื่นแซง.. เดี๋ยวๆ จะเอาคืนให้ได้

- เดินกับลูกหาบ ได้ฟังเพลงลูกทุ่ง ผสมคลื่นวิทยุลาว

- จังหวะลูกหาบ เป็นจังหวะเนิบๆ แต่มั่นคง ไม่งั้นของเป็นสิบยี่สิบโล จะขึ้นไปบนภูซึ่งสูงกิโลกว่าได้ยังไง

- ดินแต่ละช่วงจะมีความพิเศษไปแต่ละชั้น ป่าก็เหมือนกัน ที่เห็นเด่นสุด คงเป็นไผ่

- “ซำ” แปลว่าพื้นดินชุ่มน้ำ อันนี้แม่ค้าบอกมา ถึงอย่างนั้นก็ยังมีลูกหาบบางคน อำเราอีกว่า ซำ แปลว่า มาก แล้ว ซำแฮก ที่แรกที่ไปถึง เลยแปลว่าเหนื่อยมาก! เอิ๊กๆ หลงเชื่อไปตั้งหลายเมตรแน่ะ

      

    

- ราคาของ แพงขึ้น สองจุด ต่อ ห้าบาท ถ้าอยากประหยัด ก็ให้ขนน้ำขนอาหารขึ้นไปเองให้หมด แล้วจะรู้คุณค่าของมันมากขึ้น เมื่อมันได้ไปอยู่บนที่ สูง!! (ตอนนั้นเราก็งก เลยขนน้ำสองโลติดตัวไปเพิ่ม)

- ซำกกโดน ค่อยกลัว ทาก (อีกแล้ว) เราเดินมาถึงซำกกโดนก็แวะพัก ห่อถุงทากใส่ขาซะหน่อย

- ด้วยความตื่นเต้น.. หลังๆ ก็ลืม (เพราะสุดท้ายก็ไม่เจอซ๊ากกะตัว?)

- ทางเร่ิมชันขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะหลังซำแคร่ไป “ปีน” ล้วนๆ ครับพี่น้อง แล้วยิ่งลื่นๆนี่ยิ่งสนุก (อย่าให้คิดถึงตอนลงนะ)

- เดินเหนื่อยๆ ก็จะมีสายน้ำ เป็นธารเล็กๆไหลผ่านโขดหินให้เล่น เย็นชื้นใจเป็นระยะ แค่ปีนระวังๆหน่อย

- ช่วงหลังๆ คงชันมากไป เค้าทำบันไดให้เลย แต่บันไดนี่ก็ชันดีพิลึก ตอนเห็นลูกหาบเดิน ขึ้น-ลง บันได นี่ก็เสียวแทน แต่ทุกคนเค้าก็เดินลงมาได้นะ

- ช่วงปลายๆ ไม่ต้องถามอะไรแล้ว แรกๆเดินเสียงเจี๊ยวจ๊าว ปลายๆเงียบกริบ ขาเร่ิมไร้ความรู้สึก

- ได้ยินคำโปรยให้กำลังใจเป็นระยะ จากผู้ที่เดินลงมา “ใกล้แล้วน้อง อีกนิด”

.. อาา.. ถึงแล้ว “หลังแป” พักเหนื่อยหอบแฮกๆ ปนดีใจ ใช้เวลาไปแค่สี่ชม.เอง หารู้ไม่ว่า “อีกสามโลนะน้อง ถึงจะถึงที่พักน่ะ” !!! นี่แหล่ะ เพิ่งรู้ว่าความเหนื่อย(เมื่อย)จริงๆ มันเป็นไงก็ตอนนี้ล่ะ ไอ้เดินทางราบนี่หล่ะ เพราะทั้งไม่ตื่นเต้นเร้าใจ ไม่มีอะไรมากระตุ้น มันก็เดินแบบ เมื่อไรกุจะถึงซะทีว้าาา..

     

     

และแล้วช่วงเวลาที่ถือว่าโหดอันดับสองก็ได้ผ่านพ้นไป..( อันดับหนึ่งน่ะหรอ อยู่ข้างบนโน่น เดี๋ยวก็จะได้รู้กัน ) เพราะฉะนั้น ไม่ต้องกลัว.. ใครบอกภูกระดึงขึ้นยาก แค่ขอให้เรามี “เวลา” อันเหลือเฟือ แบบไม่ต้องรีบร้อน ซักหกถึงแปดชั่วโมง กับเรี่ยวแรงและเสบียงสำหรับแวะพักอีกนิดหน่อย ค่อยๆเดินไป ปีนไป .. เดี๋ยวมันก็ถึงเองล่ะ!!! 555

“นอนบนนี้.. อย่างกับมาเที่ยวบ้านเพื่อน.. มีทุกอย่าง!”

บนลานเต็นท์ สนามหญ้าขนาดใหญ่ไว้รองรับผู้คนเรือนหมื่นที่จะเข้ามาพักผ่อนในช่วงหน้าหนาว เห็นรูปที่มีคนถ่ายไว้ก็น่าตกใจ เต้นท์หลากสีผุดเป็นดอกเห็ด พร้อมเม็ดมนุษย์กระจายเป็นหย่อมๆ เทียบกับในตอนนี้ที่เราเห็น แค่สิบกว่าเต็นท์บนลานปูน แล้วก็อีกนิดหน่อยตามศาลา.. เงียบสงบดีแฮะ

ที่นี่มีพร้อมพรั่ง (มาแต่ตัวยังอยู่ได้ แค่มีกะตังค์) มีเต็นท์พร้อม ถุงนอน ผ้ายาง ผ้าห่ม หมอนมุ้ง ห้องน้ำห้องท่าสะอาดใหม่ ร้านอาหารสองฟากฝั่ง มีครบตั้งแต่ข้าวไข่เจียว(ถูกสุด สี่สิบ) จนหมูกะทะสามร้อย ส้มตำ โรตี ก็มีหมด ว่าแต่สั่ง แม่ค้าพร้อมให้บริการ..

ว่าแล้วเราก็จัดแจงเก็บของ เอาแผนที่มากางวางดูว่าจะไปไหนวันไหนกันบ้าง ที่สำคัญสำหรับที่นี่อีกอย่างคือ ถ้าอยากให้คุ้ม(ที่ต้องเดินขึ้นมาไกล) ก็ต้องเก็บให้ครบตามเส้นทางที่มี ดูเหมือนจะน้อยนะ แต่ลองเอาความล้าไปคูณกับระยะทางดู จะได้ความท้อขึ้นมาเต็มหน้ากระดาษ 555.. สรุปว่าวันแรก เราจะไปดูพระอาทิตย์ตก ที่ผาหมากดูก..

“เส้นทางจักรยาน.. สำหรับนักท่องเที่ยวหัวสูงงง”

ก็ขอหัวสูงนิดนึง เราไม่เหมาทั้งวัน(ไปผาหล่มสัก) แต่ไปเส้นหมากดูก ก็หกสิบ เรายอมแลกค่าข้าวเย็น กับความเหนื่อยอ่อนที่อยากจะไปให้ถึง การขี่จักรยานบนเขาก็ดูจะสนุก ก็สนุกแหล่ะ แต่มันแฉะนี่สิ หลบหลุมโคลนกันมันส์เลย หนุกๆๆ..

ผาหมากดูก หินคงเหมือนกระดูก เลยเรียกว่างั้น จริงๆอยากถามแม่ค้า แต่ไม่กล้าเข้าไปเพราะกลัวโดนเรียกซื้อของ

(ตอนนั้นเราแวบไปลุยเดี่ยว เดินต่อ ผาจำศีล ผานาน้อย ผาจำศีลมีเอกลักษณ์พิเศษตรงที่ มันจำศีลจริงๆ ส่วนนาน้อย ก็เป็น นา น้อยๆ ดีๆ นี่เอง ตอนนั้นเดินอยู่คนเดียว เย็นๆค่ำในป่า ริมหน้าผา ก็น่าขนลุกดี แต่มันสะจายย.. ก็ซึมซับบรรยากาศธรรมชาติไปเรื่อยๆ ตามทาง ฟังเสียงจักจั่นให้หวิว เสียงลมให้ผ่อนคลาย..)

ผาหมากดูก กับพระอาทิตย์ตก ใครที่คิดจะมาหน้าฝนอย่างเรา คงไม่ต้องหวังสูงว่าจะได้เห็นอาทิตย์อัสดงหรอกมั้ง ส่วนเรานี่ เห็นก้อนเมฆก้อนโตมหึมา แลนมาทับมิด ตอนนั้นเราสังเกตความเร็วของเมฆ ก็เห็นว่ามันเคลื่อนตัวเร็วอยู่ สุดท้ายมันเคลื่อนมาจริงๆ มันเคลื่อนมาทั้งก้อนเลย! มันเข้ามาในผา ทั้งก้อน นั่นแหล่ะ!! จากภาพจะเห็นหมอกรอบตัว ได้รู้ว่า เมฆมันไม่รู้สึกหรอกนะ มันเย็นๆ หวิวๆ ชื้นๆ เหมือนจะอ้าปากกินได้ เหมือนจะจับ แต่ก็ไม่ได้ จะเห็นได้ก็เมื่อมันอยู่ไกลๆ แต่มองไม่เห็นแฮะ เวลามันอยู่รอบๆตัว

      

      

ตอนนั้นไม่ได้ไปผาเหยียบเมฆ ก็ไม่เสียดาย เพราะได้จับเมฆ ที่ผาหมากดูกแล้ว :)

ขี่จักรยานกลับ.. ยิ่งมืดยิ่งสนุก มันได้แย่งชิงกันระหว่างความกลัวกับความสุขที่ได้เอาชนะความกลัวน่ะ

กลับมาถึงที่พัก ข้าวไม่กินแล้วล่ะ อิ่มใจ (หมดตังค์ตะหาก) อาบน้ำอาบท่านอนตามปรกติ คืนนั้นจำได้ว่ายังไม่ได้เห็นตัวทากเลย เวลามีใครกรีดร้อง จากในเต็นท์ ตื่นเต้นขนาดว่าต้องวิ่งตามไปดู เพื่อให้เห็นกับตา “ทากมันหน้าตายังไงฟะเนี่ย..” มีคนตอบกลับมา “อ่าว ยังไม่เห็นอีกหรอ ถ้างั้นก็ลองเอาขาปล่าวๆ ไปเดินลุยดินแฉะๆเล่นสิ” น่าน.. ท้าท้ายซะอย่างนั้นเรย..

คืนนั้นเราก็เข้าเต็นท์นอนได้ หลังจากต้องวิ่งสลับขาเวลาผ่านสนามหญ้า แล้วก็ต้องตรวจร่างกายก่อนก้าวเข้าเต็นท์.. บ้ามั้ยนั่น!

(ติดต่อตามตอนต่อ ปายยย..นะจ๊ะ ถ้ายังสนุกอยู่ ยังเหลืออีกสามวันแน่ะ)





บอยแบนด์น้องใหม่ SM entertainment

1 06 2008

ไม่รู้ว่าหลายคนจะได้พอฟังกันบ้างหรือยัง (ขอบอกก่อนนะว่าไม่ใช่แฟนพันธ์ุแท้ SM ของเกาหลีแต่อย่างใด) แต่หากว่าได้ยินเพลงใหม่ๆที่มีเอกลักษณ์ มีความน่าสนใจ ก็จะนำมาบอกเล่าเก็บเอาไว้.. อิๆ

 

“Replay” เพลงเปิดตัวอัลบัมแบบมินิ ของกลุ่มน้องใหม่ Shinee ด้วยภาพลักษณ์ที่เน้นการออกแบบเครื่องแต่งกายหลากสีสัน แม้ว่าหน้าตาจะไม่ได้โดดเด่น (หะๆๆ) แต่ความสามารถในการเต้นเกินขีด มากกว่ารุ่นพี่ดงบังหรือซูเปอร์จูเนียสารพัดฉบับเสียอีก

อ่า.. ที่กล่าวอย่างนั้น ก็ค่อนข้างจะเป็นความคิดเห็น ถ้าอยากแน่ใจก็คงต้องดูเอง ไม่ว่าจะเป็นเอ็มวีเพลงเปิดตัว(อยู่ด้านล่าง) ที่เค้นเอาความสามารถในการเต้นเป็นทีมได้อย่างไม่ผิดหวัง ไม่ได้เป็นจังหวะรุนแรง แต่เนิบๆแล้วก็ลื่นไหลดี สำหรับแนวการเต้นไม่น่าจะเหมือนเดิม เล่นกับรายละเอียดมากขึ้น เช่นการจิกปลายเท้า ความอ่อนตัว ฯลฯ ที่น่าสนใจคือความพร้อมเพรียงและอารมณ์ในการเต้น เป็นธรรมชาติดีมาก ดูแล้วจะรู้สึกสนุกไปด้วย หากว่าผู้เขียนมีความรู้ด้านศิลปะการเต้นอีกสักหน่อย คงจะเพิ่มอรรถรสในการดูและการวิจารณ์ได้มากกว่านี้แน่

อย่างหนึ่งที่พวกเขาสามารถทำได้ดีมากคือการแสดงสด อ่านบทวิจารณ์จากบล๊อกแฟนเพลงเกาหลี กล่าวถึงทั้งเสียงร้องและการแสดงบนเวที ว่าเป็นคุณภาพที่ซักซ้อมมาอย่างดี ผิดจากรุ่นพี่วงอื่นๆที่เพลงเปิดตัวมักจะลิพซิงก์เสียเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นก็เป็นการพัฒนาอีกก้าวหนึ่งของคุณภาพนักร้อง+นักเต้นของเขา ที่พวกเราต้องนั่งมองตาปริบๆกันไปก่อนล่ะ

 

ไม่ต้องพูดพล่ามทำเพลง เรามาดูเอ็มวี Replay กันเลยดีกว่า…

อ่า.. เป็นไง ชอบ/ไม่ชอบ ก็คงแล้วแต่คนล่ะนะ อิๆ..

SHINee Mnet Music Revolution closer fancam 

SHINee (샤이니) – 비방송용 무대 2008.05.23

SHINee Mnet Music Revolution Rehearsal

http://www.youtube.com/watch?v=CLbqhr_sC4U&feature=related

http://www.youtube.com/watch?v=YukpVjj_f2g&feature=related

(ปล. ฟังเพลงดีๆ ก็มีสุข อีกแล้ว..ครับท่าน)





High Kick อวสาน(2) นี่มันอยู่ตอนไหนหว่า?

31 05 2008

ภาพนี้มันอยู่ตอนไหนหว่า.. ทำไมไม่ยักกะเห็น?

นี่..สำหรับคนลุ้นคู่นี้ (อย่างเรา) อยู่ 55.. ดูหนังแบบว่ามีสีสันนิดส์นึงอ่ะนะ บอกแล้วว่าที่นี่ขอเก็บ special impression!!

 

ยังไงก็ขอยกย่องนะเนี่ย ยุนโฮ(Jung il woo) มีเอกลักษณ์ที่รอยย้ิมแบบ “Killer-smile”  ที่น่าจะแปลว่า รอยยิ้มที่ทำให้ ญ. ใจละลายได้ และเท่าที่ดูจากคำเสิซที่เข้ามาในบล็อกเรา ก็เน้น อียุนโฮ เป็นพรืด!! เข้าใจว่าคงมีคนประทับใจมากพอดู ฮ่าๆ แต่ปรากฎว่าที่นี่ไม่มีแกลลอรี่ยุนโฮนะจ๊า เสียใจด้วย หาที่อื่นได้คงมากมายเชียว ไม่ทำเองหรอก อิๆ

หะๆ เอาเหอะๆ แต่ไงเราก็ชอบยุนโฮที่สุดแล้วแหล่ะ ที่คาแรคเตอร์มันยียวนกวนประสาท เอาแต่ใจ เป็นตัวของตัวเองดี ยิ้มทีก็คนดูก็ละลายกันเป็นแถว.. 555+ แถมในเรื่องก็ดูทำอะไรไม่ค่อยจะสำเร็จ วันนึงกลับมามุ่งมั่นเพื่อใครสักคน อืม.. ก็เลยน่าลุ้นและเป็นกำลังใจให้ อ่ะนะ จิงมั้ย

ปล. แต่เอ๋ คิมบอม ไม่มีคู่นางเอกแฮะ เสียดายจิง

 

พอแค่นี้ดีกว่า หนังจบแล้ว แฮบปี้เอนดิงแล้ว แต่ชีวิตจริงพวกเรามันยังไม่จบง่ายๆอย่างนั้น !?! 

FIGHTING!!! นะจ๊าาา ท่านผู้อ่านทุกคนนน…!!





High Kick อวสาน..ท่ามกลางน้ำตาและสายฝน

29 05 2008

(ระหว่างที่ยุนโฮร�ฝนหยุด บังเ�ิญเป็นที่โรงเรียนข�งซ�มินจ�งพ�ดี)

(ระหว่างที่ยุนโฮรอฝนหยุด บังเอิญเป็นที่โรงเรียนของซอมินจองพอดี และซอมินจองก็ติดฝนอยู่ห้องข้างๆ)

ในที่สุด เรื่องราวก็จบลง ท่ามกลางสายฝนที่โหมกระหน่ำ (บ้านเราก็ฝนตกเหมือนกัน) เนื้อความในตอนเดียวสามารถกล่าวถึงความเป็นไปของทุกคน ตัดสลับกัน มีทั้งเศร้า การพรากจาก และการกลับมาพบกันโดยบังเอิญ.. ก็เป็นเช่นละครตอนจบทั่วไป ที่ต้องการใส่ความเป็นดราม่าย้อนอดีตอัดลงให้เต็มร้อยก่อนที่จะลาจากคนดูไปตลอดกาล

อีซุนแจ.. หลังจากที่ได้ไปเป็นแพทย์อาสาไกลถึงแอฟริกา(โม้เป็นบ้า) กลับมาก็หลับตลอดเวลาแม้แต่ตอนกินข้าว

นามุนฮึย.. เป็นคนเดียวที่ได้ร่ำลาคิมบอม ก่อนไปเรียนต่อ แม้ว่าไม่มีใครได้ร่ำลาเขาอีก แต่มุนฮึยก็แสดงความรักต่อหลานที่ไม่ใช่หลานคนนี้ได้อย่างประทับใจ

อีจุนฮา.. หลังจากที่กลายเป็นเศรษฐี ก็กลายร่างเป็นนักธุรกิจชั้นนำ แม้ว่าจะยังรักษานิสัยเดิมๆเช่นกรนกะผายลมอยู่

พัคแฮมิ.. แสดงความรักต่อลูกชายคนเล็ก ในวันที่เขาขอออกเดินทางเพื่อท่องโลกตามหาความฝัน

อีมินยง.. บอกลาอดีตกับซอมินจองผ่านสายฝน และเร่ิมต้นชีวิตใหม่กับครอบครัวที่มีชินจิและลูก

อีมินโฮ.. จบอยู่กลางถนน หลังจากรู้ว่าวิ่งไปอย่างไรก็คงไปลาคิมบอมเพื่อนสุดรักไม่ทันแล้ว

อียุนโฮ.. กับสัญญาที่ให้ไว้ ว่าจะต้องตั้งใจสอบให้ผ่าน แม้คนเขาให้สัญญาด้วย กำลังจะจากเขาไป

สุดท้ายแล้ว ภาพประทับใจของหนังเรื่องนี้ ก็มาตกอยู่ที่เขาทั้งสี่ ระหว่างครูมินยงกับชินจิ ที่แท้จริงแล้วต่างก็ผูกพันกันอยู่ลึกๆ เขาและเธอต่างก็ต้องดูแลซึ่งกันและกัน ซอมินจองได้แยกตัวมาอยู่คนเดียว ไปเป็นครูต่างจังหวัดที่ห่างออกไป ความเศร้าที่ปนความทรงจำมากมาย แสดงออกมาผ่านรอยน้ำตาของแต่ละคน ไม่เว้นยุนโฮ ที่สุดท้ายแล้ว ก็ได้ออกเดินทางท่องเที่ยวไป จนได้พบเจอกับปลายทางในที่สุด..

 

                                                                                     …

                                                                                     …

                                                                                     …

(ในที่สุด ก็เจ�กันซะทีนะ)

(เจอกันซะทีนะ สองคนนี้)

                                                               …        THE END       …

 

 

ขอบคุณภาพจาก http://www.hancinema.net/korean_drama_High_Kick_e_.php เหมือนเดิม





รวบรวมอัลบัมหลักๆ TVXQ

17 05 2008

เดี๋ยวนี้มีไฟล์ให้ดาวน์โหลดบนอินเตอร์เน็ตมากมาย เช่นเดียวกันกับผู้ให้บริการอัพโหลดไฟล์ พอจะหาไฟล์อะไรที่ต้องการทีนึง ก็ต้องเสี่ยงดวงสักหน่อย หรือไม่ก็ต้องใช้ความสามารถในการหาคีย์เวิร์ดดีๆ หรือไม่ก็เน้นความถึกเข้าแลก

เพื่อให้ได้มาซึ่งไฟล์ “ราคาถูก” !!

โดยเฉพาะไฟล์ mp3 ที่มีทั้งคนปล่อยและคนตามโหลดมากมายนับไม่ถ้วน จนเดี๋ยวนี้แทบไม่ต้องพูดถึงซื้อเทปซีดีหรืออะไรแล้ว การซื้อของแท้ มีไว้สำหรับคนที่ประทับใจ และอยากได้ของจริง มาเก็บไว้กับตัวเท่านั้นแหล่ะ ดังนั้นในความคิดของเรา การได้โหลดไฟล์ฟรี (ที่ไม่ฟรีก็ค่าเน็ต) ก็เหมือนกับการได้ลองของที่มีมากมาย เสมือนการได้ลองสินค้าก่อนซื้อ และหากว่าสนใจจริงๆ เราก็จะสนับสนุนผู้ผลิตนั้นๆเอง 

ขึ้นอยู่กับว่า ผู้ผลิตสินค้าเหล่านั้นจะสร้างความน่าสนใจให้กับตัวสินค้าของเขาได้มากเพียงใด..

ทีนี้ก็มาถึงผู้ตามหา ว่าจะหาไฟล์ที่มีคุณภาพได้จากที่ใด เดี๋ยวนี้การโพสบนอินเตอร์เน็ตก็กว้างมาก มีหลายเกรด ก็คงต้องอาศัยพวกเราทุกคนช่วยกันสร้างสรรค์คอนเท้นท์ดีๆ มีประโยชน์ ไว้เท่าที่ทำได้ ไอ้เราก็เป็นแค่มือใหม่นะ แต่ก็ประทับใจที่หลายๆคนผลิตบล๊อกเพื่องานสร้างสรรค์ คือ รวบรวมเรื่องราวในส่ิงที่ตัวเองรู้ หรือคอยตามข่าวสาร เอามาโพสทิ้งไว้ให้ผู้มาเยือนได้รับไป ยังไงก็จะพยายามพัฒนาตัวเองให้เป็นผู้ใช้เน็ตที่ดีคนหนึ่งละกัน

บันทึกสำหรับวันนี้ เลยขอรวบรวมไฟล์ที่มีผู้ใจดีอัพโหลดไว้ให้พวกเราเบี้ยน้อยได้มีโอกาสเข้าถึงเพลง ที่มีราคาอัลบัมละไม่ต่ำกว่าสองร้อยกัน! (แต่เฉพาะอัลบัมหลักๆ ที่มีไฟล์เพลงมากกว่าสิบเพลงขึ้นไปเท่านั้นนะ)

แต่หากว่าลิงค์ใดเสีย หรือปลายทางหายตัวไปล่ะ ต้องขออภัย เพราะคงไม่สามารถตามเช็คได้ทุกลิงค์ ทุกวัน..

ที่มา(Thanks to): www.tokyonoise.net

                            spiderliliez.livejournal.com

                            หาโดยตรงจาก www.4shared.com

 

 TRI-ANGLE

http://www.4shared.com/file/32029385/f5d7488b/

 

 

 RISING SUN

http://www.4shared.com/file/40378230/c198d73/

[spiderliliez]

 

 HEART, MIND AND SOUL

http://www.4shared.com/file/32359866/cabc75e0/

 

 

 ‘O’ ~ Jung.Ban.Hap 

http://www.4shared.com/file/40385965/7d6b2d54/

[spiderliliez]

 

 FIVE IN THE BLACK

http://www.4shared.com/file/32359865/53b5245a/

 

 

 NONSTOP MIX VOL.1

http://www.4shared.com/file/40201486/677cd00/

[spiderliliez]

 

 T (Disc 1 & 2)

http://www.4shared.com/file/32359865/53b5245a/

http://www.4shared.com/file/35673290/29c755f5/

 

สำหรับอัลบัมอื่นๆ ที่ไม่ได้ลงในที่นี้ หรือว่าอัลบัมใหม่ คาดว่าคงหาใน 4shared.com ได้ไม่ยาก เลยไม่ได้ทำลิงค์ไว้แล้ว ท้ายสุดนี้.. I always be very grateful to who sharing all these files on the internet.





ตัวละคร High Kick เจ๋งยังงาย..

13 05 2008


อิๆ.. ความเด็ดของซิตคอมคลายเครียดเรื่องนี้ อยู่ที่บทบาทนักแสดงจ๊ะ สามารถทำเรื่องราวที่เกิดขึ้นปกติในชีวิตประจำวันให้มีความน่าสนใจขึ้น ด้วยภาพลักษณ์แบบ “สุดๆ” นะเอง! มาดูกันดีกว่าว่ามีใครกันบ้าง…

 

Lee Soon-jae (이순재, Lee Soon-jae) อี ซุน แจ -หมอประจำคลีนิคของตัวเองกับลูกสะใภ้ เป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดูจะมีอำนาจมากที่สุดของบ้าน ประมาณว่ามีมาดทำเป็นเก่งเสมอ แล้วก็ชอบว่าชอบดุลูกๆหลานๆ โดยเฉพาะลูกชายคนเล็กว่าทำอะไรไม่ได้เรื่อง วรรคทอง “นี่ชั้นใช้เท้า ยังทำได้ดีกว่าแกเลย!” ถึงขนาดครั้งหนึ่งลูกชายท้าพ่อให้ใช้เท้าแข่งกันจริงๆ ใช้เท้าขับรถ ใช้เท้าคีบตะเกียบ ฯลฯ พ่อคนนี้ก็เอาจริง ทำให้เป็นเรื่องเป็นราวได้หนึ่งตอนเต็มๆ สำหรับ “ท่า”ที่ชอบใช้ข่มขู่ลูกหลานเวลาไม่ยอมฟังหรือเถียงกวนตีนคือท่า เตะสูง หรือ high kick ที่บั้นท้ายสักที! ส่วนลูกหลานก็ชอบกวนตีนคุณปู่คนนี้ได้ทั้งเรื่อง (จะดีกันก็ตอนขอตังค์เท่านั้นแหล่ะ) ยังมีอีก ตอนเป็นหมออยู่ในคลีนิค ชอบคุยว่าตัวเองเก่ง แต่วันๆเอาแต่นั่งตบยุง หรือไม่ก็นอนหลับคาโต๊ะทำงาน มันตลกที่ปู่คนนี้ต้องเดินไปถามที่เคาน์เตอร์ตอนเลิกงานว่า “นี่ไม่มีคนไข้แล้วหรอ?” นอกจากนี้ยังแอบมีกิ๊กกะสาวแก่สุดสวยคนนึง โดนเมียจับได้ทีก็เรื่องใหญ่!!

Nah Mun-hee (나문희, Nah Mun-hee) นา มุน ฮึย -แม่บ้านจำเป็น เอ้ย.. ก็ย่านั่นแหล่ะ แต่ก็เป็นคนทำงานบ้านตลอด เป็นย่าแบบขี้น้อยใจ ขาดความรักจากหลานๆ ขี้งอน ฯลฯ ช่วงแรกๆชอบมีปัญหากับลูกสะใภ้แบบว่าแม่ผัวไม่ชอบหน้าลูกสะใภ้เพราะเถียงสู้ไม่ได้ ต้องฟังคำสั่งลูกสะใภ้ เลยชอบโทรไปบ่นกับเพื่อนสนิทคนนึงที่ตอนหลังกลายเป็นฆาตรกรติดคุก(แล้วก็เป็นฆาตรกรชื่อดังแหกคุกถึงสามครั้ง เพื่อจะมาแก้แค้นลีซุนเจที่ไปกวนตีนไว้!! งงไปเลย!) ตอนหลังเพราะเห็นความหวังดีของลูกสะใภ้ก็เลยดีกัน นอกจากนี้ก็เป็นคุณย่าที่ไม่ค่อยเชื่อมั่นในตัวเอง อยากแต่งตัวสวยๆให้คนใส่ใจบ้าง บางทีก็อ่อนไหวแบบขี้สงสาร แบบว่า..ลูกสะใภ้อุตส่าห์จ้างแม่บ้านมา ก็ดันไปช่วยเค้าทำเพราะสงสาร (สงสารเค้าเพราะรู้ว่ามันลำบาก) แถมยังให้เงินแถมแล้วแถมอีก… แต่ตอนที่แรงๆก็มี ตอนจับได้ว่าผัวหรือปู่อีซุนแจแอบไปมีกิ๊กนั่น!

Lee Joon-ha (이준하Jeong Jun-ha) อี จุน ฮา -มาถึงลูกชายคนโต ตัวใหญ่ หัวฟู  กรนเสียงดังกินจุ ฉายาเจ้าพ่อแห่งการกิน (เห็นท่ากินแล้วจะสยองจนไม่อยากกินตามเลยล่ะ) สำหรับเรื่องการกินเนี่ยจริงๆก็เป็นคู่หูตัวกินคู่กับแม่มุนฮึยแหล่ะ ส่วนปู่อีซุนแจก็ตะกละไม่แพ้กันหรอก แต่แบบแอบๆ จุนฮาคนนี้ตัวใหญ่มากแรงเยอะ บางทีก็แบกพ่อตัวเองเวลาไม่พอใจให้ลอยฟ้าได้ด้วยมือเดียว แต่ไม่ประสบความสำเร็จด้านการงาน ตกงานว่างั้น! เลยชอบกินนอนดูทีวีอยู่บ้านเฉยๆ ให้เมียเลี้ยงแทน มีอย่างนึงที่ดูดี คือ รักเมียยิ่งกว่าชีวิต เชื่อฟังทุกอย่าง โดยเฉพาะเวลาต้องต่อสู้(ในเรื่องปัญญาอ่อนเช่นหาจุดอ่อนมาแฉกัน)กับลีมินยงคู่กัดตัวสำคัญกับเมียพัคแฮมิ ตอนนั้นจุนฮาก็จะคอยเป็นลูกน้องทำตามคำสั่งแฮมิอย่างสุดความสามารถ!!

Lee Min-yong (이민용, Choi Min-yong) อี มิน ยง -มาที่ลูกชายคนเล็กของอีซุนแจก่อน คนนี้จะมีลักษณะตรงข้ามกับพี่ชายจุนฮาทุกประการ ผอม ผมตรง หล่อ ไม่ตะกละ มีงานทำ (พี่ชายจะเหมือนแม่ น้องเหมือนพ่อมากกว่า) ทำงานเป็นครูที่โรงเรียนเดียวกับที่หลานทั้งสองเรียนอยู่ มินยงต้องนอนอยู่ในห้องใต้หลังคา (เพราะบ้านเช่าตัวเองโดนชินจิ เมียเก่ายึดไป) อยู่บ้านก็จะไม่ค่อยยุ่งอะไรกะใครนอกจากกวนตีนพ่อ แล้วก็ที่สำคัญเป็นศัตรูกับพัคแฮมิ ที่กัดกันได้ทุกวินาทีที่เจอหน้ากัน และพยายามหาจุดอ่อนของแฮมิมาแฉให้ได้ ส่วนเวลาอยู่โรงเรียนก็จะเป็นครูที่เข้มงวดที่สุด เพราะเป็นครูพละ เอะอะก็วิ่งรอบสนาม มีเรื่องราวความรักสามแพร่ง (ไม่ใช่สามเส้าแน่นอน) มีลูกกับแฟนคนแรก(ชินจิ) หลังจากหย่าได้สักพักก็เริ่มคบกับรูมเมทชินจิคือซอมินจอง ที่หล่อนเองก็แอบชอบมินยงมานานแล้ว แต่ยังไงมินยงคนนี้ก็ยังคงมีสัมพันธ์ลึกๆกับชินจิอยู่เพราะมีลูก สุดท้ายก็ไม่รู้ว่าภรรยาตัวจริงคือใครกันแน่!!

Park Hae-mi (박해미, Park Hae-mi) พัค แฮ มิ -มาถึงภรรยาหรือเมียสุดเลิฟของจุนฮา ที่ครบครันแบบสุดขั้วตรงข้ามกับสามี แบบว่า ฉลาด มั่นใจ มาดดีเสมอ เป็นหมอประจำคลีนิคเดียวกันกับลีซุนเจ แต่มีคนไข้มากมายเหมือนเป็นหมอชื่อดังประจำเมือง (เลยทำให้พ่อสามีติดร่างแหดังไปด้วย) ประโยคเด็ด “โอ้เค๋!!” แล้วก็ทำหน้ามั่นอกมั่นใจ แบบกวนประสาท เธอคนนี้มีมาดเนียบเสมอจนคู่ศัตรูเธอพยายามหาจุดอ่อนเธอให้ได้ วันนึงโชคไม่ดีแฮมิไปปล่อยของหนักไว้บนห้องน้ำห้องมินยง!  มินยงรู้ข่าวรีบคว้ากล้องกลับบ้านเพื่อเก็บหลักฐานสำคัญ ตอนนั้นก็เป็นตอนต่อสู้กันแบบอย่างดุเดือดทีเดียว (สุดท้ายแฮมิก็เกือบชนะเพราะคว้าเอสดีการ์ดทิ้งได้ แต่หลังจากนั้นก็ดันมีคนเก็บไปอีก..!?!) พัคแฮมิเป็นทั้งลูกสะใภ้ที่น่าภูมิใจ เพราะรวยกว่า เก่งกว่า แล้วก็เป็นแม่ที่ดีของลูกชายทั้งสองด้วย

Lee Min-ho (이민호, Kim Hye-seong) อี มิน โฮ -รุ่นหลานแล้ว.. มินโฮเป็นลูกชายคนโตของแฮมิกับจุนฮา เป็นเด็กเรียน เป็นลูกที่น่ารักของแม่ ตัวเล็กกว่าน้อง แต่ก็ข่มน้องได้เพราะเรียนเก่งกว่า รู้อะไรมากกว่า ถามอะไรก็ตอบได้ แต่ก็แพ้น้องชายตัวเองที่ความเท่และความเจ๋ง!! ถึงขนาดเคยพยายามหาทางสร้างความเจ๋งให้ตัวเองด้วยการทำหน้าดุใส่คนอื่นตลอดเวลา แต่สุดท้ายก็กลายเป็นตลกไปซะได้ เวลาอยู่โรงเรียนก็จะนั่งโต๊ะหน้าสุด กับเพื่อนซี้คิมบอม สองคนนี้ซี้กันแบบว่าชอบกอดกันแบบซาบซึ้ง! จนน้องชายยุนโฮคิดไปแล้วว่าอีสองตัวนี้เป็นคู่เกย์กัน!! ตอนหลังก็ได้แฟนสวยสุดแต่เรียนห่วยสุดประจำโรงเรียน คังยูมิ รักกันแบบคิกขุอาโนเนะ แต่ก็รักจริง (เพราะตอนหลังยูมิเปิดเผยความจริงว่าตัวเองเป็นสายลับปลอมตัวมา อายุมากกว่ามินโฮถึงสี่ห้าปี มินโฮก็ยังยืนยันว่ารักอยู่) มินโฮกับน้องชายยุนโฮ บางทีก็ชอบข่มกัน แต่บางทีก็เป็นคู่หูกันได้ เพราะมินโฮเป็นฝ่ายบุ๋น ส่วนยุนโฮเป็นฝ่ายบู้ เท่!..มาก เวลาปฏิบัติภารกิจจับตัวย่ากลับบ้านจากวงไพ่!!

Lee Yoon-ho (이윤호, Jeong Il-woo) อี ยุน โฮ -ลูกชายคนเล็ก ทั้งหล่อ สูง เท่ แต่โง่เรื่องเรียนสุดๆ! ตอนเด็กๆ สองพี่น้องนี้ฉลาดพอกัน แถมยุนโฮเองก็เคยฝันจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ ชอบไอน์สไตน์ ชอบเรื่องจักรวาลขยายตัว!?! แต่ตอนสำคัญที่ทั้งสองจะได้ไปพบกับนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังก้องโลก ปรากฏว่าคนพี่มินโฮได้ไปกับแม่ ได้ไปทัน แต่น้องไปกับพ่อที่มัวแต่ห่วงซื้อของกิน เลยตกรถเมล์ บังเอิญได้เจอกับเพื่อนพ่อ เป็นนักซิ่ง เลยได้นั่งชอปเปอร์ซิ่งไปแทน ตั้งแต่วันนั้นยุนโฮก็ประทับใจและสนใจแต่เรื่องมอไซด์มาตลอด ไม่สนใจเรื่องเรียนอีกเลย!! ยุนโฮอยู่โรงเรียนก็เป็นสุดเท่ห์ของสาวๆทั้งโรงเรียน แต่เวลาเรียนก็อยู่หลังห้อง ไม่หลับก็อ่านการ์ตูน จนครูๆระอา น่าเสียดายไม่ชอบผู้หญิงคนไหนเลย แต่กลับมาประทับใจครูซอมินจอง แฟนอาของตัวเองมินยง ครูซอช่วยเรื่องเรียนและให้กำลังใจเขามาตลอด ตอนหนึ่ง เขาตรงไปตรงมาถึงขนาดบอกครูซอมินจองให้เลิกกับอาซะ “ผมไม่ชอบ” หน้าตาเอาจริง นานๆทียุนโฮจะรักใครซักคน คนดูเลยลุ้นกันสุดๆ

Seo Min-jeong (서민정, Seo Min-jeong) ครู ซอ มิน จอง แม้ไม่ได้เป็นคนบ้านอี แต่ก็เห็นบ่อย เป็นเพราะคบอยู่กับครูมินยงนะเอง (ต้องแอบคบกัน ไม่ให้ที่บ้านรู้ ไม่รู้เพราะอะไร?) มินจองคนนี้มีเอกลักษณ์ที่ความ “ติงต๊องสุดๆ” ยิ้มทีตาหายฟันโผล่ แต่ก็เป็นเสน่ห์ที่ทำให้ลูกศิษย์อย่างยุนโฮเคลิ้มได้ ครูซอมินจองเคยแอบชอบครูอีมินยงมากๆ จนสุดท้ายก็ได้คบกันจริงๆ แต่บางทีก็ต้องเสียน้ำตาเวลาเห็นอีมินยงเข้ากันดีกับแฟนเก่า ไม่รู้เหมือนกันว่าสุดท้ายแล้วสามสี่คนนี้จะไปลงเอยกันยังไง (อ้อ.. ครูซอเป็นครูอังกฤษ เคยฟังแล้วทีนึง โคตรสำเนียงดีเลย เรื่องจริงคือสุดท้ายแต่งงานไปอยู่อะเมกาซะง้าน)

Kim Bum (김범, Kim Bum) เกือบลืม คิม บอม สุดหล่อสำหรับคอดาราเกาหลีหลายๆคน หน้าใส เท่ แต่น่าเสียด้ายเสียดาย บทในเรื่องโคตระบ๊อง คือ ประมาณว่าเบลอๆ เอ๋อๆ แต่รักเพื่อนมาก ยอมเพื่อนได้ทุกอย่าง เชื่อฟังซะด้วย คิมบอมแม้เป็นแค่เพื่อนหรือเพื่อนบ้าน แต่ก็ชอบมาอยู่บ้านมินโฮจนแทบจะเป็นบ้านตัวเองไปแล้ว จนว่าตอนนึงหลงลืมตัวว่านึกว่าตัวเองเป็นคนบ้านนี้ แล้วก็งอแง หาว่าคนบ้านนี้ไม่ยอมชวนไปเที่ยวครอบครัว คิมบอมแอบชอบแฟนเพื่อนตัวเอง ก็คือคังยูมิ เป็นเพราะความเซ็กซี่ของหล่อน แต่ตอนหลังก็เข้าใจกันดี ก็ยังรักกันกับเพื่อนซี้มินโฮเหมือนเดิม

 

Kang Yoo-mi (강유미, Park Min-young) คนสุดท้ายของตัวละครหลัก คัง ยู มิ สาวสวยสุดเซ็กซี่แฟนมินโฮ ในเรื่องเธอเป็นสายลับที่ต้องปลอมตัวเป็นนักเรียนมอปลายทั้งๆที่อายุขึ้นเลขสองแล้ว ชีวิตของเธอก็ยังคงเป็นความลับอยู่โดยที่มินโฮไม่มีโอกาสได้รู้ พ่อของคังยูมิชอบมีเรื่อง(ประหลาดๆ แบบปัญญาอ่อน)กับแกงค์มาเฟียกลุ่มหนึ่ง แต่คังยูมิอยากมีชีวิตที่เรียบง่ายและสบายใจเมื่อได้อยู่กับมินโฮ ตอนอยู่โรงเรียนเธอแทบจะเป็นที่โหล่ จนต้องทำเป็นบอกความจริงเรื่องอายุของเธอให้ครูอีมินยงสุดเหี้ยมรู้ เพื่อที่จะได้ช่วยให้ไม่ต้องทำการบ้าน (คิดหรอว่าครูมินยงจะยอม..!) ตอนหลังได้มินโฮช่วยเหลือให้กำลังใจ ตอนท้ายๆมีฉากเกิดระเบิดกับรถยูมิ แต่สุดท้ายแล้วจะเป็นยังไง คงต้องรอดู!! (ยังดูไม่ถึงเหมือนกันล่ะ)

อ่าา.. เหนื่อยเลยแฮะ

ขอบคุณข้อมูลหลักจาก  วิกิพีเดีย http://en.wikipedia.org/wiki/High_Kick!

และรูปภาพ The unstoppable high kick มากมายจาก www.hancinema.net

ขอบคุณที่รับชมค่าาา.. แนะนำติชมได้เน้อ..





High Kick (Unstoppable High Kick) เป็นหนังโปรดของบ้านเราได้ไงเนี่ย?

11 05 2008

หะๆ ที่ว่าบ้านน่ะ ก็แค่ตัวเรากะยายแค่นั้นแหล่ะ สองคู่หูที่คอยเฝ้าหน้าจอทีวีได้ทุกวันหลังหกโมงเย็น หมายถึงถ้าวันไหนเราว่างจริงๆน่ะนะ หรือไม่ก็อ่านหนังสือจนเบื่อแล้ว ก็จะมานั่งเฝ้าเป็นเพื่อนยาย อิๆ

จริงๆแล้วเราก็ดูเกือบทุกเรื่องของช่อง asian movie ในเวลาไพร์มไทม์แบบนี้แหล่ะ เพราะแต่ละเรื่องที่เขายกมาฉายก็เป็นหนังคัดสรร แบบว่าดูแล้วต้องติดอย่างนั้น คุณภาพของหนังก็จะเป็นระดับ “เคยดัง” มาแล้วในจอแก้วที่อื่น มีทั้งหนังจีน เกาหลี ญี่ปุ่นมีน้อย ไทยไม่มีเลย(แหงล่ะ หนังไทยเป็นตอนๆก็มีแต่แบบเดิมๆ ที่ดูได้ตามช่อง 357.. อยู่แล้ว)

ทีนี้เราจะมากล่าวถึงหนังซิตคอมเกาหลีเรื่องหนึ่งกันกับ Unstoppable High Kick !!


ตอนแรกก็ดูแบบผ่านๆ เออ..ก็สนุกดี เป็นหนังตลกคลายเครียดที่ไม่ใช่ตลกบ้านเราแบบเล่นคำ เล่นหน้าตาบ๊องๆไรอย่างงั้น แต่อันนี้เป็นแบบดูคลายเครียด พื้นเรื่องก็เป็นเรื่องราวของครอบครัวใหญ่ครอบครัวหนึ่ง มีย่ามีปู่เป็นรุ่นแรก รุ่นลูกก็เป็นรุ่นสอง แล้วก็มีรุ่นสาม ทีนี้ความสนุกมันอยู่ที่คาแรคเตอร์แต่ละคนที่ “สุดๆ” กันไปคนละทาง เช่น ปู่(Lee Soon-jae)ก็ขี้โม้ ขี้กลัว อวดเก่ง ชอบทำเป็นดุลูกหลาน แต่จริงๆตัวเองโคตระทำอะไรไม่ได้เรื่อง ย่า(Nah Mun-hee)ก็เป็นประเภทขี้น้อยใจสุดที่ต้องทำงานเป็นคนรับใช้ ทำกับข้าว ซักผ้า ดูแลบ้าน น้อยใจมากๆก็โทรศัพท์หาคนข้างบ้านเพื่อนินทาโดยเฉพาะนินทาลูกสะใภ้(เข้าทางแม่ผัวไม่ถูกกะลูกสะใภ้อย่างงั้น) พอรุ่นลูก โอ.. ร่ายไม่หมด ก็มีทั้งประเภทคนที่ติงต็อง(โดยกำเนิด)(Lee Joon-ha) แม้ทำงานไม่ได้เรื่องแบบว่าหางานทำไม่ได้ แต่ก็รักเมียสุดๆ(Park Hae-mi) ส่วนเมียก็โคตรฉลาด เป็นหมอที่เก่งที่สุดในเมืองอะไรอย่างงั้น แล้วก็ชอบกวนประสาทกับแม่ผัวนั่นไง

นอกจากนี้ก็ยังมีอีกมากมาย รุ่นกลางก็ยังมีครู(Lee Min-yong) นัยว่าหล่อเหมือนแบร็ดพิท ก็จะมีเรื่องยุ่งเกี่ยวกับความรักกะสองสาว(Seo Minjung กะ Shinji) ส่วนรุ่นเด็กนี่สิเจ๋งเป้ง.. Lee Min-ho กะ Lee Yoon-ho สองพี่น้อง คนหนึ่งเก่งชิพ แบบว่าสอบอะไรก็ติด แข่งวิชาการอะไรก็ได้รางวัล ผิดกับน้องชายที่วันๆเอาแต่อ่านการ์ตูนกับขี่มอไซด์โชว์สาวๆอะไรอย่างงั้น

นอกจากคนในบ้านลี ก็ยังมีก๊วนกองทัพเพื่อนนักเรียนอีกเป็นโขยง แล้วก็นักแสดงตัวอื่นๆอีกมากมาย แต่ละตัวก็จะมีบทบาทสุดขั้วแตกต่างกันไป แบบว่าเห็นหน้าปุ๊ปก็นึกถึงปั๊ป อย่างนั้น

ส่วนตัวหนังเอง ก็จะผลิตเรื่องราวในแต่ละตอนเป็นเรื่องราวยุ่งๆวุ่นๆของแต่ละคนผลัดเปลี่ยนกันไป บางทีก็เป็นแนวรักโรแมนติก บ้างก็เป็นบู๊ล้างผลาญ บางทีก็หนังเศร้า บางทีก็ปัญญาอ่อน(เช่นดูแล้วจะขมวดคิ้วทันที ว่านี่มันอะไรกันเนี่ย?) บางทีก็แนวสยองขวัญ ส่วนแนวที่ชอบที่สุดคือ แนวสืบสวนสอบสวน ผูกเรื่องซับซ้อนเหมือนหนังใหญ่เลยทีเดียว ดูแล้วได้อรรถรสหลากหลาย

อ้อ.. อีกอย่าง แต่ละตอนก็มีความต่อเนื่องกันด้วย ไม่ใช่ว่าจบกันไปเป็นตอนๆไม่เกี่ยวเนื่องกันเลย (ก็มากกว่าโคนัน นะ ที่ตัวเชื่อมมีอยู่ไม่กี่เรื่อง เช่น ความรักระหว่างรันกะชินอิจิ หรือการตามล่าของชายชุดดำ ไรอย่างงั้นน่ะ) เลยทำให้การดูหนัง มีความอยากจะดูในคราวต่อไปมากขึ้น .. น่าสนใจดีมะ

เฮ้อ.. เล่ามาซะยาว แค่จะบอกว่า ตอนแรกก็ไม่ได้ติดใจไรมากนัก จนกระทั่งไปดูฮิห้าของเพื่อนหมอคนนึง ที่เราก็ว่ามีความสามารถในการชื่นชอบดาราเอเชียระดับนึง แล้วบังเอิญไปเห็นรูป มินโฮ กะ ยุนโฮเข้า อ๊ะๆๆ ตกจาย นี่ไม่ธรรมดาซะแล้ว เราเลยลุยค้นจนกระทั่งสืบทราบได้ว่า ดาราหลายคนในเรื่องเนี่ย.. ดาราเด็ดๆทั้งนั้นเลยนี่!! แถมซิตคอมเรื่องนี้ก็เป็นที่ชื่นชมของหลายต่อหลายคน(เกาหลี) แถมยังได้รางวัลการันตีอีกด้วย

จากดูเล่นๆ เลยกลายเป็นดูจริงจัง เร่ิมเห็นความหล่อของดาราในเรื่องมากขึ้น อะไรอย่างนั้น.. อิๆ

 

 

ใครอยากดูตอนสั้นๆ (คลิปเป็นตอนๆ มีซับไตเติลอังกฤษ) ลองเข้าไปดู คลิ๊กที่นี่  จะมีคลิปเป็นตอนๆบางตอนที่น่าสนให้ดูกันเล่นๆ แต่เอ.. จะฟังภาษาเกาหลีรู้เรื่องมั้ยเนี่ย??

หรือจะดูรายละเอียดเพิ่มจากเว็บ dramabeans.com คลิ๊กที่นี่

ข้อมูลเพิ่มเติม http://en.wikipedia.org/wiki/High_Kick!





SS ห้าศูนย์หนึ่ง

11 05 2008

SS501 SS501 SS501

ชื่อวงอย่างกะเลขทะเบียนรถ..

อา.. นี่ก็เป็นวันพักผ่อนของเราน่ะนะ.. ก็ขอทำไรแบบสบายๆหน่อย เช่น นอนฟังเพลง หาข้อมูลนักร้องดารา โดยเฉพาะการติดตามผลงานของนักร้องเกาหลี ก็เป็นกิจกรรมที่พักผ่อนสุดๆ

เมื่อวานก็นั่งเล่นยูทูบทั้งคืน ยอมนอนดึกซักคืน เพื่อจะดูว่าไอ้วง ดับเบิ้ลเลส ไฟว์โอวัน นี่มันเจ๋งยังไงวะ?

เร่ิมจากข้อมูลภาคต้น http://spiderliliez.livejournal.com/ บล็อคระดับไฮที่รวบรวมข้อมูล ข่าวสารและความคิดเห็น เกี่ยวกับ นักร้องเอเชียได้อย่างเป็นระเบียบ น่าอ่าน ที่สำคัญ..เค้าขยันอัพโหลดไฟล์มีคุณภาพให้กับแฟนๆบล็อกได้เลือกดาวน์โหลดแบบไม่อั้นเลยทีเดียว

อ่านๆข่าวดงบังไป ก็ไปเจอข่าวเจ้าวงนี่หล่ะ SS501 Promises to Give TVXQ / DBSK, a Beatdown? โห.. ไม่ธรรมดา วงน้องใหม่ต่างค่าย กล้ายืนแข่งสู้กับรุ่นพี่ใหญ่อย่างดงบังชินกิได้อย่างหน้าตาไม่กลัวใคร แถมยิ่งมาเอะใจตอนเห็นผู้เขียนบล็อกเอ่ยชมความสามารถ ว่าผลงานมีคุณภาพจริง (แต่ก็มีแอบเหน็บนิดนึงว่ายังสู้เจ้าดงบังวงโปรดของผู้เขียนบล็อกไม่ได้อยู่ดี..) และเร่ิมต้นด้วยการคว้าเอารางวัล The Best 10 New Artist of 2008 Award at the Japan Golden Disk Award ได้อย่างรวดเร็วด้วยอัลบัมแรกเลย (อ่านต่อได้)

อ่ะนะ.. แหม ก็ต้องดูกันหน่อย ว่าน้องใหม่วงห้าหนุ่มนี่ดียังไง ว่าแล้วก็เข้ายูทูบ(แหล่งสำคัญ) แค่เสิซหาไม่นานก็ได้เอ็มวีมามากมาย..

เพลงแรกที่ได้ฟัง เป็น Snow Prince

พอฟังดนตรีขึ้นต้น! ก็นึกถึง balloon ของดงบังทันที.. อืม..เราก็ไม่ว่าไร ก็คงแค่คล้ายๆ อารมณ์เพลงมันก็เป็นแนวใสๆแบบที่หาฟังได้มากมาย (miracle ของ superjunior ก็แนวนี้นะ)

ต่อมา distance ก็สร้างความตลก(แปลกๆ) ด้วยเอ็มวีที่ไม่มีอะไรมากกว่ากล่องแดง !! แล้วเพลงก็ราบๆ ไม่น่าสนใจเผอิญว่าเราก็ฟังเกาหลีไม่ออก ถ้าฟังออกคงเข้าใจ แต่อ่ะนะ เราก็เป็นผู้ฟังต่างชาติ ถ้าเค้าต้องการดึงดูดผู้ฟังเยอะ ก็น่าจะทำดนตรีให้ดีกว่านี้เด่ะ

อืม.. แล้วก็มีเพลงช้าอีกหลายเพลงเลย อย่างไรก็ดี ขอชมว่าเค้าทำดนตรีได้เพราะ จับใจ ฟังง่าย เสียงร้องก็ดี (แต่ก็ยังเทียบกะเซียะจุนซูไม่ได้หรอกน่า.. อิๆ)

อ้อ.. แต่เพลงเร็วสิน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น 4 Chance, Unlock, Fighter โดยเฉพาะ DEJA VU ทุกเพลงทำได้อย่าง”มืออาชีพ!!” ทีเดียวเลย เท่าที่เรารู้นะ ดนตรีครบเครื่อง มีลูกเล่นเยอะ จังหวะหนัก ถ้าดูคู่กะเอ็มวี จะเห็นการใส่จังหวะภาพให้เข้ากะเพลงได้ดี แม้ว่าเนื้อหามันไม่ค่อยมีอะไร เน้นแค่ภาพจังหวะท่าเต้นที่ไม่ใช่ท่ายากมากมายโดยใช้เทคนิคใส่ให้ดูเข้มแข็ง แต่ก็ขอนับถือว่านักร้อง SS501 ทั้งห้า เล่นบทอารมณ์ในเอ็มวีได้ดีมาก เลยทำให้เพลงดูน่าสนใจขึ้นเยอะ

ดูเหมือนว่า.. DEJA VU จะได้รับความนิยมมากสุด พอเข้าไปดูเอง อืม.. ก็ใช้ได้ทีเดียวนะ แต่เอ๋.. หลายๆอย่างดูมันจะคล้ายๆของดงบังซะหลายอย่างเลยนะ โดยเฉพาะฉากจบเพลงเร็วที่เป็นฉากจังหวะ “ปัง” แล้วแดนเซอร์แบคกราวน์ก็จะล้มตัวเป็นแถบ.. อะไรแบบนั้น (SS501เป็นแบบนี้หลายเพลงเลย)

อา.. เอาหล่ะ ซาหรุปว่า เราใช้เวลาไปหนึ่งคืนเพื่อจะดูนักร้องน้องใหม่ท้าทายดงบังรุ่นพี่กลุ่มนี้มีอะไรน่าสนใจนัก ก็สรุปเป็นว่า คุณภาพการทำเพลงและเอ็มวีสุดยอด แต่ความโดดเด่นของเพลงและเสียงร้อง คงจะต้องพัฒนาอีกหน่อย

..





ทัวร์ช็อปแบบAmๆ

11 05 2008

 

หลังจากห้าวัน(จันทร์ถึงศุกร์)แห่งการบริโภคเปเปอร์ได้สิ้นสุดลงไปอีกหนึ่งอาทิตย์ ชีวิตก็เปลี่ยนโหมดทันที อ่าา.. ไม่ใช่ว่าเรื่องที่ทำมันไม่สนุกนะ แต่มันเร่ิมหมดแรงแล้วตะหาก คนเราก็ต้องการพักผ่อนน่ะจริงมะ ว่าแล้วเราก็รวบกองกระดาษบนโต๊ะให้กลับเข้าที่ หายใจลึกๆ แล้วก็ไปนอนดูทีวีให้สะจาย..

จนเช้าวันเสาร์ ตื่นมาก็เกือบสิบโมง ก็นึกออกว่าเฮ้ย มีหนังของยุนอึนเฮ วันนี้นี่นา ก็รีบตะเกียกตะกายขึ้นมาเปิดทีวี..

วันนี้อึนเฮแต่งตัวไม่ค่อยโดนเท่าไร นึกถึงวันก่อน เสื้อยืดขาว สวมทับด้วยเสื้อยืดกั๊กมีฮูทสีเทา อันนั้นน่ะโดนกว่า มันดูแล้วเรียบ แต่ดูดี (คิดดูว่าติดใจมากจนเข้าไปหาข้อมูลต่อในเว็บ ปรากฎว่า เจ๊อึนเฮ เค้าแต่งตัวแนวนี้ทั้งเรื่อง!!)

หลังจากดูหนังจบ ต่อด้วยเพลงแบบนอนสต็อปจากช่องทรูมิวสิค (คือบังเอิญว่ามีช่วงเพลงเอเชีย) จนเกือบบ่ายสอง!!! เล่นเอาตาแฉะตัวเปื่อย?? (เพราะอากาศร้อนเฟ่ย) ก็มาคิดได้ว่า นี่มันจะหมดวันแล้ว ต้องหาอะไรทำซักหน่อย

“ไปช็อปปิ้งกัน.. อยากได้เสื้ออึนเฮ!!!”

ว่าแล้วก็โทรลากเพื่อนใกล้ตัวก่อนเลย พอดีมันว่างก็เลยเสร็จเรา เป้าหมายของเราคือ ตลาดมือสอง! ของไม่ต้องใหม่ แต่ต้องมีคุณภาพ และราคาถูก.. 

สำหรับใครที่ยังไม่เคยไป “ตลาดมือสอง” อยู่กลางดงตลาดวังหลัง(ศิริราช)ที่นี่เค้าก็มีแม่ค้าแม่ขาย พกพาเอาของใช้สารพัดตั้งแต่เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เข็มขัด กางเกง ฯลฯ.. มาขายกันอย่างถาวร ของที่ขายก็มีทั้งเน่า! แบบไม่เหลือซาก แต่ก็ถูกใจพวกชอบของโทรม มีทั้งของระดับพอดูได้ จนถึงสภาพดี ราคาก็แตกต่างกันไป แต่ส่วนใหญ่เท่าที่สังเกตนะ สิ่งที่เป็นเสน่ห์ของของมือสองนี่ก็คงเป็นความแปลก และความเป็นสินค้าแบรนด์ ที่พวกเราสามารถซื้อกันในราคาถูกนั่นแหล่ะ

แต่ที่นี่ก็ไม่ใช่ที่ใหญ่ที่สุดหรอก เคยถามแม่ค้าเค้าบอกว่าถ้าอยากเอาแบบใหญ่ๆเยอะๆ ก็คงต้องตามกันไปถึงตลาดโรงเกลือ ชายแดนกัมพูชานั่นแหล่ะ ที่นั่นก็เป็นที่ขายส่งขนาดใหญ่ พ่อค้าแม่ขายก็ไปรับของมา ไปแย่งกันเลือกแล้วก็เอามาซัก แช่น้ำยา ตากแดด แล้วก็เอาไปขายตามตลาดนัด ฯลฯ แม่ค้าเค้าบอกว่าถ้าจะไปเอง ก็อาจได้เลือก แต่ว่าของที่ได้ก็สกปรก เลือกได้ไม่มากเพราะเค้าไม่ค่อยให้เลือก เค้าเน้นขายส่ง ถ้าเลือกก็ต้องไปซื้อปลีกผ่านแม่ค้าแถวนั้นอีกทีน่ะ

อย่าว่ากระไร ที่นั่นเหมือนเป็นสวรรค์เล็กๆของเรา อา.. เพื่อนหลายคนอาจร้องอี๊.. แกซื้อของมือสองเรอะ แต่เราก็พอใจเพราะราคากับแบบเสื้อ แถมซื้อมาแล้วก็เอามาตัดมาดัดแปลงได้โดยไม่ต้องเสียดาย แถมได้เสื้อผ้าถูกใจอีกต่างหาก ส่วนเรื่องความสะอาดก็ไม่ต้องห่วง จับต้มน้ำเดือดสิบนาที ซักแฟ้บต่ออีก ตากแดดต่อ แถมยังได้ความจากรุ่นพ่อแม่มาด้วยอีกว่า พวกเค้าก็ทำกันมาไม่น้อยแล้ว เรื่องซื้อเสื้อผ้ามือสองน่ะ ก็เพราะมันถูกไง สมัยก่อนไม่มีตังค์ อยากมีเสื้อผ้าแปลกๆดีๆ ก็ต้องอย่างนี้หล่ะ :)

อ้อ.. แต่ถ้าเดินตลาดวังหลังเดี๋ยวนี้ รู้สึกว่าพวกแม่ค้าแถวหน้าที่ขายเสื้อผ้าใหม่ๆกัน ก็เร่ิมเปิดวงของมือสองมากขึ้น จนเรียกได้ว่าเดินตลอดซอย ก็ผ่านซุ้มมือสองนับไม่ถ้วน แถมผู้คนก็ขยันรุมทึ้งกันทำเอาเจ้าของร้านยิ้มน้อยใหญ่กันไปมากมาย

อืม.. แต่ของมือสองก็มีหลายระดับนะอย่าลืม แบบที่ตัวละสิบบาทยื่สิบบาท บางทีก็แทบจะซื้อไปทำผ้าขี้ริ้วได้เลย (ถ้าผ้ามันดีพอ ก็คงคุ้มอยู่) ส่วนของใหม่ๆ ที่แม่ค้าเค้าจะเรียกว่า “ของลงใหม่” อันนี้ก็ค่อยน่าสนใจ ของจะมีให้เลือกเยอะ แล้วราคาก็แพงหน่อย ถ้าอย่างเสี้อผ้าก็จะประมาณตัวละแปดสิบถึงร้อย แต่ถ้าพอนานวันหน่อย (ประมาณวันพุธ ของแต่ละอาทิตย์) ก็จะราคาลดลงครึ่งๆ วันนั้นเค้าก็จะเรียกกันเป็นตลาดนัดราคาย่อมเยา..

ออ.. แถวนั้นมีซอกตลาด “แน้วแนว” ด้วย วันก่อนเคยเดินหลงเข้าไป อย่างกับหลงป่า ประมาณว่าไม่ใช่ป่าเดียวกัน! ก็ขายของสำหรับเด็กแนวแหล่ะ ญ ขาสั้นหัวฟู ช ลายสักหัวถักเปีย แหะๆ ประมาณนั้น.. ใครชอบ ใครสน ก็เดินหลงไปดูเอาแล้วกัน!!

จบจากตลาดวังหลัง อาจจะได้ของกินติดมือกลับไปบ้างนะ แต่หากให้ต้องเล่าถึงของกินในตลาดแล้วเนี่ย คงอีกหลายหน้าแน่ๆ ตอนนี้เราก็จะพาข้ามฝั่งไปท่าพระจันทร์ก่อน ไปดูของกระจุกกระจิกนิดหน่อยที่ลานข้างธรรมศาสตร์ แล้วก็นั่งรถ 53 ผ่านสนามหลวงตัดเข้าไปตลาด “บางลำพู” กัน

ที่นี่.. เราก็ไม่เชี่ยวชาญหรอกนะ แต่ที่ชอบเพราะมีเสื้อผ้าเยอะสะใจดี แต่ก็มักจะเป็นเสื้อแบบธรรมดา เช่นเสื้อยืดคละลาย เสื้อเชิ๊ต นักศึกษา เสื้อคนมีอายุ ชุดนอน ฯลฯ ก็ถือเป็นตลาดของคนที่มีเป้าหมายว่าจะซื้อเสื้ออะไรแล้ว เพราะราคาที่นี่ก็ถูก แต่สำคัญคือมีของอร่อย! ขาย..

อ้อ.. แนะนำนิดหน่อย ถ้าอยากซื้อเสื้อผ้ายกโหล ก็ต้องโบ๊เบ๊ ไม่งั้นก็ประตูน้ำ ถ้าชอบแบบอินเทรนด์ ก็ต้องประตูน้ำแพลทธินัม แต่ถ้าเสื้อผ้าทั่วไปแต่มีร้านดีๆให้เลือกเยอะ ก็ต้องบางลำพูนี่หล่ะ

อีกอย่างที่เราชอบบางลำพูเนี่ย ก็คือหาของประดิษฐ์ง่าย อยากทำพวกปักครอสติซ ดินญี่ปุ่น หรือดอกไม้ประดิษฐ์ ก็ที่นี่แหล่ะ เยอะดี!ถูกด้วย!!

เฮ้อ.. เดินมาสี่ชั่วโมงติด ก็เร่ิมล้าซะแล้ว เราได้เสื้อฮูทดั่งใจอยาก ได้สีน้ำมันกล่องลดราคา ส่วนเพื่อนที่มาด้วย ก็ได้รองเท้าทำงานถูกใจ พร้อมกระดาษวาดรูป-เขียนราคาถูกไปด้วย นี่ถ้าได้โดนัทน้ำตาลอีกซักถุงคงจะสุดยอดดดเลย!!! 55 

ว่างๆ เราคงจะทำสารคดี เที่ยวๆ กินๆ แบบถูกๆ (แอ๋มๆ) ให้ละเอียดกว่านี้ กะว่าจะเก็บข้อมูลให้ได้เยอะๆก่อน เอาแบบว่าพาเพื่อนไปเดินเที่ยวได้อย่างสนุกสนานเริงใจ…

ขอบคุณขอรับที่ติดตาม 

 








Follow

Get every new post delivered to your Inbox.